23. Have You Got Any Greatest Strength? [How To Deal Job Interview Question] : จุดแข็งที่เด่นสุดของคุณคืออะไรครับ/คะ

มันแปลกไหมล่ะครับ ความสามารถ(Ability) จุดอ่อน(Weakness) จุดแข็ง((Strength) ของมนุษย์เรานั้นย่อมจะผิดแผกแตกแขนงกันออกไปตามปัจจัย(Factor)และสิ่งแวดล้อมต่างๆ 



คน 7,000 - 8,000 ล้านคนบนโลกกลมๆแต่ไม่เกลี้ยงใบนี้ไม่มีอะไรที่จะเหมือนกันได้แบบเป๊ะๆ และเหตุผลนี้แหละครับ จึงเป็นที่มาของคำถามที่กรรมการสัมภาษณ์งานต้องการจะทราบว่า บรรดาผู้สมัครงานนั้น พวกเขามีจุดแข็ง(Strength)อะไร เพื่อที่จะได้นำมายึดโยงดูความสัมพันธ์ ความเหมาะสมกับงานที่เปิดรับสมัครนั่นเอง  

ฉะนั้น และนี่ก็เป็นอีกคำถามหนึ่งที่เราต้องเตรียมฝึกไว้ตอบครับ ยังเป็นคำถามถึงประเด็นเกี่ยวกับจุดเด่น จุดแข็งหรือภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า strength ครับ

ประโยคที่จะกล่าวถึงนี้นั้น จัดว่าเป็นคำถามที่ใช้กันในแวดวงการสัมภาษณ์งานที่เกือบทุกประเทศทั่วโลกเขาใช้กันก็ว่าได้ครับ

บางครั้งการใช้ศัพท์หรือรูปแบบประโยคอาจจะผิดแผกแตกต่างกันไป แต่ SENSE ของประโยคโดยรวมจะสื่อความหมายคล้ายๆกัน โดยเฉพาะ article ที่ 22 คือหัวข้อ "Could You Tell Me About Your Strength? : ไหนคุณลองบอกจุดแข็งของคุณหน่อยว่ามีอะไรบ้างครับ/ค่ะ" ที่ผมได้เขียนไปก่อนหน้านี้แล้วครับ

แต่สำหรับคำถามในที่นี้จะมีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปก็คือคำศัพท์ต่างๆที่นำมาแต่งเป็นประโยคคำถามและคำตอบอะไรประมาณนั้นครับ ซึ่งก็คงจะไม่หนักหนาสาหัสอะไรมากจนเกินไปนักที่ท่านจะสามารถฝึก พูด อ่าน ฟัง และเขียนให้คล่องแคล่วกันได้อย่างสบายๆอยู่แล้ว ก่อนที่จะไปลงสู่สนามแห่งการแข่งขันคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งงานที่ท่านฝันไว้กับผู้สมัครงานคนอื่นๆครับ

เรามาเริ่มต้นที่ประโยคคำถามกันก่อนเช่นเคยครับ
Have you got any greatest strength? 
แฮฟว์ ยู กอท เอน'นี เกรทเธสทฺ สเทรง 
จุดแข็งที่เด่นสุดของคุณคืออะไรครับ/คะ
ประโยคคำถามคำนี้จะไม่ใช่ประโยคแรกๆที่กรรมการสัมภาษณ์งานจะถามเราครับ จากประสบการณ์ที่ผมได้ประสบพบมาด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่เขาจะถามช่วงกลางๆของการสัมภาษณ์ครับ

เพราะว่าช่วงต้นๆ ส่วนมากจะเป็นคำถามที่เกี่ยวกับประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ต่างๆ

คำถามเกี่ยวกับความมีจุดแข็งนี้(strength) มักจะมาพร้อมกับคำถามที่เกี่ยวกับจุดอ่อน(weakness)ของเราด้วยครับ ฉะนั้นเราต้องเตรียมรับมือให้ได้ทุกสถานการณ์ไม่ว่าเขาจะโยนคำถามอะไรมา เราต้องตอบได้หมด รวมทั้งตอบได้ดีด้วยครับ ถ้าเราทำได้แบบนี้แล้ว โอกาสมักจะอยู่ใกล้กับนักแสวงหาผู้ที่มากับความพร้อมเสมอครับ อันนี้เรื่องจริงครับ ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว

สำหรับคำตอบ ผมเอามาฝากกันพอเป็นแนวทางกัน 3 ประโยคด้วยกันครับ
I am able to speak second language . It is Japanese.
ไอ แอม เอ' เบิล ทู สปีค เซค'เคินดฺ แลง'เกว็จฺ อิท อิส แจพ'พะนีซ, -นิส
ฉันพูดได้สองภาษา มันคือภาษาญี่ปุ่น
I have good interpersonal skills.
ไอ แฮฟว์ กู๊ด อินเตอร์เพอร์ซันนัล สกิลส
ฉันมีความสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลได้ดีมากค่ะ/ครับ
I am flexible to handle change.
ไอ แอม เฟลค'ซะเบิล ทู แฮน'เดิล เชนจ์
ฉันเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ดี
ขออนุญาตพูดถึงในส่วนของคำตอบที่เจ๋งเป้งแบบที่ตอบแล้วจะช่วยสร้างจุดเด่นให้กับเราได้นั้น ต้องเป็นความสามารถที่เราต้องคำถึงอย่างน้อย 2 ประเด็นด้วยกันคือ

1. ต้องเป็นจุดแข็งที่ตรงหรือใกล้เคียงกับงานที่สมัคร

บางครั้งเรามีความสามารถอยู่หลายอย่างแต่เราต้องเลือกจุดแข็ง(strength)ที่มันจะเป็นประโยชน์ต่อตำแหน่งงานที่เราสมัครครับ ยกตัวอย่าง เช่น เราสมัครตำแหน่งเป็นพ่อครัวในโรงแรมหรือร้านอาหาร สมมุตติว่าเรามีจุดแข็ง(strength)ของเราอยู่ 3 จุดด้วยกัน คือ
  • สื่อสารกับคนได้ดี
  • พูดภาษาอังกฤษได้
  • มีความรู้สูตรทำอาหารต่างๆได้หลากหลายประเภท
ถ้าเป็นแบบนี้ ท่านคิดว่าจะเลือกคำตอบไหนดีครับ โดยคิดในมุมกลับว่าถ้าเราเป็นคนสัมภาษณ์งานเอง และกำลังมองหาพ่อครัวเก่งๆมาประจำร้าน ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมีลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามารับบริการบ้าง แล้วคำตอบคำไหนล่ะครับใน 3 ข้อที่ตามด้านบนที่กล่าวมาจะมีผลต่อการพิจารณาคัดเลือกครับ

ผมคำรพในตัวท่านผู้อ่านและเพื่อนๆที่สนใจเรื่องที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ผมเชื่อว่าสามารถที่จะพิจารณาเลือกกันเอาเองได้น่ะครับ

2. คำตอบที่เป็นจุดแข็งที่แข็งที่สุดที่เรามี

เช่น เราสมัครงานเป็น Guide นำเที่ยว ตัวเราพูดได้ 4 ภาษาคือ

- ภาษาอังกฤษ(English)

- ภาษาฝรั่งเศส(French)

- ภาษาญี่ปุ่น(Japanese)

- และภาษาจีน(Chinese)

การเลือกคำตอบที่เรารู้อยู่แก่ใจในความสามารถของเราดีอยู่แล้ว เราก็เลือกตอบเพียงหนึ่งภาษาที่เราสามารถ speak ได้แบบหูดับตับไหม้อะไรประมาณนั้นครับ
หรือเราอาจจะตอบว่าเราพูดได้ 4 ภาษาแต่ที่เจนจัดและจัดเจนมันคือ ภาษา….(อะไรก็บอกเขาไปครับ)...

เหตุผลที่ผมแนะนำให้ตอบในสิ่งที่เราเก่งจริงไม่ใช่เก่งปลอมก็เพราะว่า ถ้าเขาถามเราขึ้นมาหรือให้เราลองพูดให้ฟัง แล้วถ้าเราพูดได้ไม่สมราคาที่คุยไว้ ก็ลองเดากันดูครับว่าผลสะท้อนกลับมาหาเรามันจะเป็นอย่างไร...

มีหวังว่าอาจกลับบ้านแบบมือเปล่า ไปคว้าน้ำเหลวอีกเหมือนเดิมน่ะสิครับ หุหุ

แล้วพบกันใหม่ครับ
หวัดดี
ไมเคิล เล้ง

See more articles:

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น