41. Have You Finished Your Studies? / I Graduated From Chulalongkorn University : เรียนจบแล้วหรือยังครับ / ฉันเรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


พร้อมรับมือหรือยังครับคุณ? อีกคำถามหนึ่งที่คุณจะต้องเตรียมไว้สำหรับตอบคณะกรรมการสัมภาษณ์ยามที่คุณไปสัมภาษณ์งานที่เป็นภาคภาษาอังกฤษก็คือคำถามที่เกี่ยวกับการศึกษานั่นเองครับ กับประโยค "Have You Finished Your Studies?" คุณจะรับมืออย่างไร โปรดติดตาม


3 สิ่ง จำเป็นอย่างยวดยิ่ง! ที่คุณไม่อาจมองข้ามเมื่อคุณจะต้องกรอกใบสมัครงาน 

โดยทั่วไปแล้ว ใบสมัครงานส่วนใหญ่ทั่วๆไปจะมีช่องรายละเอียดให้กรอกวุฒิการศึกษาของผู้สมัครงานอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี มันก็เป็นธรรมเนียมทั่วไปอีกเช่นกันว่า จะต้องถามเรื่องการศึกษาในการสัมภาษณ์งานเกือบทุกครั้งไป

โอ๊ะ! ไม่สิ...ต้องบอกว่าทุกครั้งถึงจะถูกต้องครับ ข้อมูลของเราเป๊ะๆ อยู่แล้ว

คิดง่ายๆครับ ใบสมัครงานมีอะไรให้เรากรอกบ้างครับ?

ก็คงไม่พ้น

# ข้อมูลส่วนตัวทั่วๆไป ชื่อ นามสกุล อายุ สถานะครอบครัว มีลูกมี-ัวหรือยัง มีลูกมีเ-ียหรือไม่ โห! ใช้คำพูดชาวบ้านๆน่าดูเลยผม (จริงๆเป็นคนสุภาพเรียบร้อยนะครับ เชื่อเถอะ เห่อ ๆ)

# ประวัติการศึกษา นั่นไง ก็ในเมื่อเขาให้เรากรอก แสดงว่าเขาต้องถามคุณอีกแน่ (ถึงแม้ว่าจะกรอกไว้จนครบตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึงดอกเตอร์ 2 ใบก็ตามที) กรอกแล้วก็กรอกไป จะถามอีกจะทำไมล่ะ(เป็นความในใจที่กรรมการสัมภาษณ์งานทุกคุณเขาคิดกัน)


# ประสบการณ์การทำงาน ฝึกงาน อบรม(บ่มนิสัย) เดินทาง(ผลาญงบ)ไปดูงานต่างประเทศ เป็นต้น คุณก็กรอกลงไปครับ เดี๋ยวพอผู้สัมภาษณ์เขาเห็นปุ๊บ เขาก็มองออกปั๊บเลยว่า คุณมี Profile ประมาณไหน อย่างไร เมื่อนำไปประกอบกับคำสัมภาษณ์ด้วยปากเปล่า(Verbal interview) เขาก็พอจะอนุมานศักยภาพเบื้องต้นของคุณได้แล้วว่าเหมาะสมกับตำแหน่งหรือว่าบริษัทของเขาหรือไม่ อย่างไร

*ความลับ(ที่ไม่ลับ) แต่มันจะยังคงเป็นความลับต่อไปตราบใดที่คุณไม่รู้!

คุณทราบไหมว่าเมื่อคุณออกจากห้องสัมภาษณ์งานไปแล้ว พวกกรรมการที่สัมภาษณ์คุณเขาพูดคุยอะไรกันต่อ?

ผมจะบอกคุณให้ก็ได้ครับ แต่ขออย่างเดียวครับว่า เมื่อรู้แล้วขอให้เหยียบไว้ตรงนี้เลยนะครับ อย่าแพร่งพรายไปเด็ดขาด เ พ ร า ะ ว า า ว่า มันเป็นเรื่องเร้นลับครับ
เอ่อ! สรุปเอาคนไหนดีล่ะ?
คนแรกก็ดีนะ แต่ขอเงินเดือนมากไปหน่อย ไม่รู้จะผ่านการพิจารณาจากเบื้องบนหรือเปล่า...
ไอ้คนหลัง คนที่สามน่ะคุณว่าไง เก่งนะ แต่ประสบการณ์ไม่ค่อยตรงซักเท่าไหร่ คุณว่าไง?
คนที่สองผมไม่เอาหรอกนะ กลัวมาเป็นภาระซะมากกว่า แทนที่จะมาช่วยงานผม...
หึ๋ย! คุณไม่เอานาย...เหรอ?...อย่าเลยพี่ ปล่อยให้เขาไปสบายๆเถอะ (มันเหมียนความว่าจั๋งใดน้อ)
เอ้า...พี่เขียน comment เพิ่มให้หน่อยถ้าพี่จะเอาคนนี้น่ะ ขืนพี่ปล่อย blank blank แบบนี้รับรองแห้วเหมือนเดิม ไม่ได้คนซักกะที!
นี่เป็นบางท่อนบางตอนของการตัดต่อแผ่นฟิล์มเท่านั้นครับ ไว้ผมมีโอกาส จะฉายแบบเต็มม้วนให้ดูชมกันให้เต็มตากันไปเลย!!!

เอ้า! เข้าเรื่องกันหน่อย

ต่อไปนี้เป็นคำถามประโยคหนึ่งที่ถามเกี่ยวกับเรื่องการเรียนครับ
Have you finished your studies?
แฮฟว์ ยู ฟิสนิสดฺ ยัวร์ สตัดดี'ส
เรียนจบแล้วหรือยังครับ
ผมยกตัวอย่างขึ้นมาเองหนึ่งประโยคเพื่อเป็นแนวทางในการใช้ตอบคำถามข้างบนครับ
Yes, I have finished.
เยส ไอ แฮฟ ฟินนิชดฺ

ผม/ฉันจบแล้วครับ/ค่ะ
I graduated from Chulalongkorn University-
ไอ แกรดูเอทด ฟรอม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ฉันเรียนจบจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
in 2014 with a B.B.A. in Hotel management.
อิน ทูเทาซั้นด์แอนด์โฟร์ทีน วิท เอ บีบีเอ อิน โฮเทล แมน'นิจเมินทฺ
ในปี 2014 บริหารการโรงแรม
เพียงแค่ปรับเปลี่ยนคำศัพท์บางคำให้ตรงกับความเป็นจริงของเพื่อนๆเองก็เป็นอันใช้ได้แล้วครับ


การตอบคำสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษเกี่ยวกับคำถามเรื่องการเรียนการศึกษาส่วนใหญ่แล้วคุณก็จะตอบด้วยประเด็นหลักๆ 3 ประเด็นด้วยกันคือ

1] ชื่อของสถาบัน

2] ปีที่จบการศึกษา และ

3] สาขาวิชา

หากคุณตอบครบ ครอบคลุมทั้ง 3 ข้อตามที่คุณร่ำเรียนมา ก็ถือว่าเป็นการตอบที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์และเพียงพอแล้วล่ะครับ

แต่...อย่าลืมนะครับว่า คำถามยังมีอีกมากมายครับ การไปสัมภาษณ์งานแต่ละครั้งนั้น จะมีคณะกรรมการสัมภาษณ์ประมาณ 3-4 คุณด้วยกัน แต่ละคนก็จะถามคุณโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10 คำถามครับ

อา...คุณลองคำนวณดูสิครับว่า คุณจะต้องตอบคำถามทั้งหมดกี่ประโยคด้วยกันครับ?

คุณเชื่อหรือไม่ว่า ผู้สมัครงานบางคน แทบจะเดินออกจากห้องสัมภาษณ์งานไปถูกเลยล่ะครับ

เพระว่าอะไรน่ะหรือครับ

หน้ามืดวิงเวียนน่ะสิครับ

งั้นหากคุณไม่อยากอยู่ในภาวะการณ์แบบนั้น คุณก็ต้องเตรียมพร้อมสถานเดียวโดยไม่มีข้อยกเว้น (No exception)

สุดท้ายนี้ ขอฝากเพื่อนๆว่าอย่าลืมอ่านคำถามอื่นๆเพิ่มเติมอีกนะครับ ยิ่งอ่านมากยิ่งรู้มาก ยิ่งคุ้นเคยยิ่งมั่นใจครับ

*ถ้าไม่ต้องการให้ถูกถากถางเหน็บแนมลับหลัง หลังจากที่คุณเดินออกจากห้องสัมภาษณ์งานไปแล้วนั้น ก่อนคุณจะไปสัมภาษณ์งาน ต้องทำการบ้านให้หนักพอควรเสียก่อนครับ มันก็คือ:

จงอ่าน

จงพากเพียร

จงเรียน

และจงจำ...

เมื่อคุณทำได้อย่างที่ผมบอก ผมรับรองว่าคุณจะหลุดพ้นจากคำค่อนแคะกระแหนะกระแหนลับหลังอย่างแน่นอน และที่สุดของที่สุดยอดปรารถนาของคุณจะสำมะเร็จเสร็จโรงเรียนวัดลิงขบไปด้วยดีก็คือ

"คุณจะได้งาน ได้เงินตามความตั้งใจยังไงล่ะครับ"

ขอให้โชคดีในการสัมภาษณ์งานนะครับ

สวัสดีครับ
ไมเคิล เล้ง

See more articles

    2 ความคิดเห็น:

    1. คนไทยและเพลงชาติไทยจริงๆแล้วเก่งภาษาอังกฤษ แต่บางครั้งประหม่าและ nervous จนเกินไป จึงควรหาโอกาสให้ตัวเองได้พูดกับชาวต่างชาติมากขึ้นจะคุ้นเคยและลดความประหม่าได้

      ตอบลบ
      คำตอบ
      1. เป็นคำพูดที่ถูกใจใช่เลยครับ การได้ฝึกจะช่วยให้ชำนาญ การได้สัมผัสของจริงจะช่วยให้คุ้นเคยครับ

        I absolutely agree with you.

        ลบ