30. Can You Tell Us Why We Should To Hire You? : คุณช่วยบอกหน่อยว่าทำไม(เหตุผลอะไร)เราถึงต้องจ้างคุณ(เมื่อเปรียบเทียบกับผู้สมัครคนอื่นๆ)

มันต้องดิ้นจนเห็นฝั่งแหละ!!  สมมุตติว่าถ้าเราไม่เคยไปสัมภาษณ์งานที่ไหนมาก่อนเลย ผมหมายถึงจบมาแบบซิงๆ ยังไม่เคยไปสัมภาษณ์งานไม่ว่าทั้งภาษาไทยเราหรือว่าสัมภาษณ์กับฝรั่ง



ประโยคต่อไปนี้อาจทำให้เพื่อนๆถึงกับเลือดสูบฉีดขึ้นหน้าก็เป็นได้ครับ

เพราะอะไรน่ะหรือครับ

ก็เพราะว่า...

1 เพื่อนๆอาจจะโมโหและควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ก็เพราะคำถามมันแลดูช่างกวนโอ้วซะนี่กระไร!!!

2 เพื่อนๆอาจจะงงและถึงกับนั่งอึ้งกิมกี่ หน้ามึดตาลาย คล้ายๆเหมือนกับจะเป็นลมเอาซะงั้น แล้วก็นั่งคิดหาคำตอบไม่ถูก เหมือนปูนาขาเก เดินโต๋เต๋ไม่ตรงทาง ซึ่งมันก็ได้เกิดขึ้นจริงกับหลายๆคนมาแล้วครับ เรียกว่า "ไปไม่เป็น" กันเลยทีเดียวครับเพื่อนๆ

มาถึงตอนนี้ ผมคิดว่า เพื่อนๆหลายคนคงอยากจะรู้แล้วใช่ไหมครับว่าก็ไอ้คำถามที่ว่านั้นน่ะมันเป็นจั๋งได๋กันหนอ ถึงได้น่าสะพรึงกลัว ทำให้เรารู้สึกว่า -- ตัวเรามันเล็กเท่ามดยังไงยังงั้น

เปิดฉากมาซะยืดยาว เอาล่ะ เรามาเริ่มเดินตามบทตามท้องเรื่องกันเลยดีกว่าครับ

มันก็คือประโยคที่ถามว่า:


Can you tell us why we should to hire you?
แคน ยู เทลล์ อัส ไว วี ชูลด์ ทู ไฮ'เออะ ยู
คุณช่วยบอกหน่อยว่าทำไม(เหตุผลอะไร)เราถึงต้องจ้างคุณ(เมื่อเปรียบเทียบกับผู้สมัครคนอื่นๆ)

เป็นไงครับกับคำถามนี้ ทำไมผมต้องจ้างคุณด้วยล่ะ 

ก่อนอื่นเลยนะครับ เราต้องมาทำความเข้าใจกันซะก่อนว่า ในมุมของผู้สัมภาษณ์เขานั้นน่ะจริงๆแล้วประโยคนี้ที่เขาถามเพราะเขาต้องการจะสื่อกับเราว่า...

ก็ในเมื่อมีคนมาสมัครกันมากหน้าหลายตา(เพราะว่ามีคนตกงานกันเยอะ คนที่เลือกงานกันก็แยะ)แล้วเพ่...น่ะมีกึ๋นอะไรที่เจ๋งกว่ารายอื่นๆที่นั่งหน้าสลอนรอสัมภาษณ์กันเป็นแถวหน้าห้องนั่นด้วยล่ะครับเพ่

คราวนี้ ในแง่ของตัวเรา ถ้าเราไม่อยากเป็นเหยื่อเหมือนคนอื่นๆที่อ่อนประสบการณ์หรือเป็นจอมยุทธที่ไร้กระบี่ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถึงแม้ว่าคุณจะเรียนเก่ง เกรดงี้ 3.99 หรือว่าคุณจะเป็นคนที่ทำงานเป็น มีประสบการณ์มากโขใส่ชามมากองโต้โตก็เหอะ...

แต่ถ้าคุณตอบคำถามบางคำถามไม่คมพอ เพราะคุณไร้ประสบการณ์หรือทักษะในการแก้ต่าง ตอบข้อโต้แย้งข้อซักถาม คุณก็มีสิทธิ์กลับบ้านไปนั่งเกาหิด(scratching scabies)หมดสิทธิ์ได้งานทำเช่นกันขอรับพี่น้อง

คำตอบที่เจ๋งๆพอจะช่วยให้เพื่อนๆเอาตัวรอดและฝ่าด่านเพื่อไปต่อได้อีกครั้งหนึ่งหรืออีกด่านหนึ่งอย่างแน่นอน ต้องเป็นแบบประมาณนี้ครับ

ตัวอย่างที่ 1

I usually work hard and I also take accountability for my duty seriously.
ไอ ยูสชวลลี เวิร์ค ฮาร์ด แอนด์ ไอ ออลโซ เทค แอคเค้าทบิลิตี ฟอร์ มาย ดิวตี้ ซีเรียสลี่ย์
ปกติแล้วผมเป็นคนทำงานหนักและมีความรับผิดชอบสูง

ตัวอย่างที่ 2

I am good at working in team and flexible to fit different situations.
ไอ แอม กู๊ด แอท เวิร์คกิ่ง อิน ทีม แอนด์ เฟลค'ซะเบิล ทู ฟิท ดิฟเฟอเร้นท์ ซิช'ชุเอ'เชิน'ส
ผมทำงานเป็นทีมได้เป็นอย่างดีและเป็นคนปรับตัวได้ง่าย

เพื่อนๆลองคิดดูนะครับว่า ถ้าภาษาอังกฤษของท่านไม่แข็งแรง มันก็เป็นการยากอยู่แล้วที่เราจะคิดหรือว่าพูดโต้ตอบกับกรรมการสัมภาษณ์งาน ทั้งยังต้องมาเจอกับคำถามที่มันยากๆเข้าให้อีก ก็เท่ากับว่ามันยากยกกำลังสองน่ะสิครับ เมื่อเป็นอย่างนี้ แล้วท่านจะทำอย่างไรล่ะครับ

ทางออกที่ดีที่สุดมี 2 หนทางด้วยกันก็คือ

> อย่าไปทำงานมันเลยกับบริษัทที่แน้นภาษาอังกฤษ
> ฟิตภาษาอังกฤษของท่านให้มันดีขึ้นจนเกิดความมั่นอกมั่นใจ

จะเลือกทางไหนก็เลือกเอาเองนะครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ตัวท่านเองจะเป็นกำหนด ชะตากรรมชีวิตของแต่ละคน คนๆนั้นนั่นแหล่ะเป็นคนที่ขีดเขียนมันเองครับ ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนจะมาคอยดูแล take care คนทั้งโลกได้ทั้งหมดหรอกครับ

Hope you all have a good luck for your next career.
See you again.
ไมเคิล เล้ง

*อยากเรียพูดภาษาอังกฤษ คลิก: ภาษาอังกฤษจานด่วน!
*อยากเก่งภาษาอังฤษ คลิก: ตีแตกภาษาอังกฤษ
*อยากเก่งเอ็กเซล คลิก: เผยเคล็ดลับ Microsoft Excel

See more articles:

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น